สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

พระนาม

กัลยาณิวัฒนา

พระอิสริยยศ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ฐานันดรศักดิ์

เจ้าฟ้าชั้นโท

ราชวงศ์

จักรี



สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ในวันสถาปนาพระอิสริยยศ
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘

 
พระประวัติ

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ประสูติ: (๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ; สิ้นพระชนม์: ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร) เป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา) และเป็นสมเด็จพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพระชนมายุพระองค์จึงนับเป็นพระกุลเชษฐ์ในพระบรมราชจักรีวงศ์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีโครงการในพระอุปถัมภ์หลายร้อยโครงการ ทั้งด้านการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุข การต่างประเทศ การศาสนา และอื่น ๆ กับทั้งยังมีพระปรีชาสามารถด้านการเขียน ด้านการกีฬา และด้านการถ่ายภาพ

พระองค์มีพระอาการผิดปกติเกี่ยวกับพระนาภี และได้เข้าประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช จนกระทั่งวันพุธที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา ๐๒:๕๔ นาฬิกา สิริพระชนมายุ ๘๔ พรรษา

ที่มาเรื่อง : http://th.wikipedia.org
คำค้น : สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

 

(ภาพจากเว็บไซต์ http://www.princess-galyani.org)
 
 
 
พระกรณียกิจ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ได้เสด็จทรงประพาสทั้งในและต่างประเทศ เพื่อบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ และเพื่อทรงส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะที่มีเจ้าฟ้าหญิงที่ทรง บำเพ็ญพระกรณียกิจมหาศาลอย่างไม่รู้จักทรงเหนื่อยยากเพื่อความสุขของประชาชน มีโครงการในพระอุปถัมภ์หลายร้อยโครงการ ที่เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนคือ การที่พระองค์ทรงสานต่อมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)

มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ชื่อย่อ พอ.สว. (Princess Mother's Medical Volunteer - PMMV) เป็นกิจการแพทย์ที่ตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ได้ทรงพบเห็นความยากลำบากของราษฎรในด้านการสาธารณสุข ในระหว่างที่ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเยี่ยมตำรวจตระเวนชายแดนตามจังหวัดชายแดน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗

ในอดีต ราษฎรที่เจ็บไข้ได้ป่วยจะไม่ได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์เท่าที่ควร เนื่องจากการเดินทางยากลำบาก บางครั้งต้องรอจนอาการหนัก จึงเดินทางมารักษาในโรงพยาบาลจังหวัด บางครั้ง อาการก็หนักเกินกว่าจะรักษา หรือโรคที่ไม่ได้เจ็บป่วยมากมาย กลับเรื้อรังจนต้องพิการทุพพลภาพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงตั้งกิจการแพทย์อาสาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒ ขณะทรงประทับอยู่ที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยในเบื้องต้น ประกอบด้วยแพทย์และพยาบาล อาสาสมัครจากโรงพยาบาลแมคคอมิค และโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ หน่วยแพทย์อาสาออกปฏิบัติการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ และไปเช้าเย็นกลับในวันเดียวกัน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นยานพาหนะหลัก ในแต่ละหน่วยประกอบด้วย แพทย์ ๒ คน ทันตแพทย์ ๑ คน เภสัชกรหอพยาบาลที่มีความรู้เรื่องยา ๑ คน พยาบาล ๓ คน และอาสาสมัครสมทบ ๑ คน ทั้งหมดนี้ อาสาทำงานโดยไม่มีรายได้ตอบแทน มีภูมิลำเนาหรือรับราชการอยู่ในจังหวัดนั้น ๆ อาสาสมัคร พอ.สว. ทุกคนจะสวมเสื้อสีเทา กระเป๋าเสื้อสีเขียว มีเครื่องหมายของหน่วยอาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประชาชนจะเรียกขานอาสาสมัครเหล่านี้ว่า "หมอกระเป๋าเขียว" แม้แต่ผู้ที่มีอุดมการณ์ต่างกันในบางพื้นที่ ยังยกเว้นการทำร้าย "หมอกระเป๋าเขียว"

ที่มาเรื่อง : http://www.pmmv.or.th/2015-01-26-08-37-46.html
คำค้น : พอ.สว.

 
 
 
พระอัจฉริยภาพ

พระอัจฉริยภาพ ด้านพระนิพนธ์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มีพระปรีชาสามารถด้านการเขียน ได้ทรงริเริ่มออกวารสาร "รื่นรมย์" โดยได้ชักชวนให้พระสหายในวังสระปทุมเขียนเรื่องตั้งแต่พระชนมายุประมาณ ๙ พรรษา ทรงทำหน้าที่บรรณาธิการและทรงเขียนบทความลงวารสารด้วย

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงสนับสนุนให้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงอ่านนิทานภาษาอังกฤษและเรียบเรียงเรื่อง "นิทานสำหรับเด็ก" ซึ่งต่อมาได้จัดพิมพ์แจกในงานวันประสูติของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๕

พระนิพนธ์ที่มีชื่อเสียง เช่น เวลาเป็นของมีค่า แม่เล่าให้ฟัง เจ้านายเล็ก ๆ ยุวกษัตริย์ จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ มหามงกุฎราชสันตติวงศ์ และพระนิพนธ์สารคดีเชิงท่องเที่ยวเกี่ยวกับประเทศต่าง ๆ ที่เสด็จประพาส ได้แก่ ยูนนาน ที่ไซบีเรียหนาวไหม จีนตะวันออก ขึ้นเขา ลงทะเลสาบ เข้าวัด จีนอีสานและเสฉวน จากแดนแมนจูสู่ภูง่อไบ๊ เป็นต้น


(ภาพจากเว็บไซต์ http://www.princess-galyani.org)
 

พระอัจฉริยภาพ ด้านการกีฬา

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงมีพลังแห่งการสร้างสรรค์ เมื่อทรงพระเยาว์ทรงสนพระทัยและทรงเล่นกีฬาหลายประเภท อาทิ เล่นสกี กรรเชียงเรือ ตกปลา ขี่จักรยาน เดินภูเขา และทรงม้าผาดโผน ส่วนแบดมินตันนั้น ได้ทรงเล่นตามอย่างสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นอกจากทรงร่วมเล่นแล้ว ยังทรงสนับสนุนนักแบดมินตันหลายคนให้เข้าแข่งขันระดับนานาชาติ อีกทั้งยังทรงสนพระทัยเรื่องการขับรถยนต์ เครื่องยนต์กลไก และรถสามล้อ

มีพระปรีชาสามารถในการขับเครื่องบินปีก ๒ ชั้น และทรงขับเฮลิคอปเตอร์ได้อีกด้วย โดยทรงเรียนการบินเป็นนักบินหญิงอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย


(ภาพจากเว็บไซต์ http://www.princess-galyani.org)

พระอัจฉริยภาพ ด้านการถ่ายภาพ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงสนพระทัยในการถ่ายภาพอย่างจริงจัง ทรงเป็นผู้ใฝ่รู้การใช้กล้องบันทึกภาพ ซึ่งมิใช่เพียงเพื่อเก็บภาพไว้ดูเล่นเท่านั้น แต่ทรงบันทึกภาพโดยมีจุดประสงค์ทั้งในแง่ศิลปะและวิชาการ ไม่ว่าจะเสด็จเยือนสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทรงบันทึกภาพที่สนพระทัยด้วยพระองค์เองเสมอ ภาพที่ทรงบันทึกไว้จะเป็นประโยชน์เมื่อทรงจัดทำพระนิพนธ์ในภายหลัง แม้แต่การบันทึกภาพด้วยวีดิทัศน์ของผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ในการทำข่าวเสด็จเยือนสถานที่ต่าง ๆ ก็จะพระราชทานคำแนะนำแก่ผู้บันทึกภาพ เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์และมีความหมายสอดคล้องกับคำบรรยาย

ที่มาเรื่อง : http://th.wikipedia.org
คำค้น : สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
 

(ภาพจากเว็บไซต์ http://www.princess-galyani.org)

พระอัจฉริยภาพ ด้านภาษาฝรั่งเศส

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส ทรงเคยรับเป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาฝรั่งเศสให้กับหลายมหาวิทยาลัย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ ทรงริเริ่มก่อตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การปรับปรุงวิธีการสอนทั้งระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ทรงดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ จนถึง พ.ศ. ๒๕๒๔

ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๒ ทรงได้รับการถวายพระเกียรติจากรัฐบาลฝรั่งเศส ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญตราชั้นสูงสุด ด้านศิลปะและอักษรศาสตร์

ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ รัฐบาลฝรั่งเศสถวายอิสริยาภรณ์สูงสุดอีกสาขาหนึ่งคือ Croix de Commandeur de ordre National du Merite ในฐานะที่ทรงสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง

ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ถวายเหรียญ Victor Hugo อันเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติด้านอักษรศาสตร์

 

พระอัจฉริยภาพ ด้านการกีฬา

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มักทรงกีฬาต่าง ๆ ร่วมกับพระราชมารดาและพระอนุชาเสมอ นอกจากนี้สมเด็จพระพี่นางเธอฯ ได้พระราชทานสัมภาษณ์ว่าเคยชอบขี่ม้า แต่ทรงมีกระแสรับสั่งปรารถว่าพื้นที่ที่ประทับไม่เอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงม้า การทรงม้าของพระองค์ และเจริญพระชนมายุมากขึ้น กีฬาอีกประเภทหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงร่วมกับพระราชมารดาคือ เปตอง ตามพระราชดำริที่ว่ากีฬาเปตองนั้นเหมาะสมกับผู้สูงอายุและเป็นกีฬาที่ส่งเสริมความสามัคคี และทรงรับเป็นองค์ที่ปรึกษาของสมาคมสหพันธ์เปตองแห่งประเทศไทย

 

(ภาพจากเว็บไซต์ http://www.princess-galyani.org)
 

พระอัจฉริยภาพ ด้านศิลปะวัฒนธรรม โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และมรดกโลก

เห็นได้จากการเสด็จไปทรงประกอบพระกรณียกิจตามสถานที่สำคัญฯ ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอยู่เนือง ๆ ตามคำกราบทูลเชิญจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เมื่อจะเสด็จไปยังโบราณสถานแห่งใด ก็ทรงศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นอย่างลึกซึ้งรอบด้าน อาทิ ทรงแนะนำเกี่ยวกับวิธีการรักษาสิ่งแวดล้อมของโบราณสถานให้ดำรงความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมแห่งท้องถิ่นไว้ ทรงแนะนำให้มีการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความรอบรู้ ความใส่พระทัย และพระประสบการณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และมรดกโลกได้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งแก่ชาติ และประชาชนชาวไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม นับเป็นพระเมตตาที่ประทานแก่บรรดาพสกนิกรช่วยให้มีความรู้และประจักษ์แจ้งถึงความสำคัญและคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม โบราณคดี ประวัติศาสตร์และมรดกโลกอย่างแท้จริง

หนังสืออ้างอิง
๑. เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิราชนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบรอบ ๘๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๒. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาส ขอพระราชทานถวายปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติศักดิ์ (ปรัชญาและศาสนา) แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิราชนครินทร์ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๔
๓. เฉลิมขวัญกัลป์ยาณิวัฒนา มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาสสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิราชนครินทร์ ทรงมีพระชนมายุ ๗๒ พรรษา เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๓๘

ที่มาเรื่อง : http://www.ku.ac.th/Galyaniwatana84/page4.html
คำค้น : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : เฉลิมพระเกียรติฯ ๘๔ พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
 
 
 
พระเกียรติยศ
ทรงกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ของราชบัณฑิต

ใน พ.ศ. ๒๕๓๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ซึ่งเป็นพระโสทรเชษฐภคินีเธอพระองค์เดียวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒ พระองค์ ด้วยทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์มาโดยลำดับ ทรงเป็นที่รักเทิดทูนของปวงประชาชนชาวไทยทั่วไป จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยศักดิ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ในวโรกาศทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖ รอบ เป็นการเฉลิมพระเกียรติยศอย่างสูง

การสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เฉลิมพระเกียรติยศพระบรมวงศ์ผู้ทรงทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินและต่อพระราชวงศ์ให้ “ ทรงกรม” เป็นธรรมเนียม ราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จผ่านไอศูรย์ราชสมบัติปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ได้ทรงสถาปนาพระอิสริยยศเจ้านายในพระราชวงศ์ ทรงตั้งเป็นต่างกรมตามชั้นซึ่งบัญญัติมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มีผิดกันบ้างเพียงเล็กน้อย อาทิ ได้ทรงสถาปนาพระเจ้าพี่นางเธอสองพระองค์ คือ สมเด็จพระยาสุดาวดี และสมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ซึ่งต่อมาในรัชกาลที่ ๘ ทรงได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลอลงกรณ์กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร

(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจิมที่พระนลาฏ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์)

ตามพระราชประเพณีเฉลิมพระอิสริยยศเจ้านายแต่เดิมจะต้องประกอบพิธี ๒ ครั้ง คือ พิธีอภิเษก หมายถึงพิธีรดน้ำบนศีรษะ และพิธีรับกรม หมายถึงพิธีรับพระสุพรรณบัฏต่อพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระสุพรรณบัฏนั้นเป็นทองคำจารึกพระนามเจ้านายพระองค์นั้นและมีใบกำกับพระสุพรรณบัฏเป็นอำนาจในการตั้งเจ้ากรมปลัดกรมและสมุห์บัญชี

แต่เดิมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชพิธีตามวังของเจ้านายที่ได้รับพระราชทานอิสริยยศนั้น เป็นเช่นนั้น จนกระทั่งถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระราชดำริว่าประเพณีการเสด็จฯไปพระราชทานพระสุพรรณบัฏถึงวังเจ้านายดูกลับจะทำให้เจ้านายที่ได้กรมเดือดร้อนสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขประเพณีการตั้งกรมเจ้านาย ในบางอย่าง คือ

๑. โปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งกรมเนื่องในเวลามีงานมงคลราชพิธี เช่น เฉลิมพระชันษา เป็นต้น ตั้งพระสุพรรณบัฏเจ้านายในมณฑลพระราชพิธีนั้น ไม่ต้องมีงานสวดมนต์เลี้ยงพระอย่างแต่ก่อน
๒. ให้เจ้านายเสด็จเข้ามารับพระราชทานพระสุพรรณบัฏและให้อาลักษณ์อ่านประกาศในท้องพระโรง และเสด็จออกเป็นการเต็มยศในงานนั้น
๓. เมื่อเสด็จการพระราชพิธีแล้วจึงให้พนักงานเชิญพระสุพรรณบัฏไปส่งมอบถวายที่วัง ในวันฤกษ์ตามที่เจ้านายพระองค์นั้นจะทรงกำหนด

(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน พระสุพรรณบัฏ แก่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์)

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกพระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหารปล่อยพลเมืองจากสังกัดกรมต่างๆ ไปอยู่ในปกครองของเทศาภิบาลตามท้องที่ และให้บรรดาชายฉกรรจ์ทุกคนต้องรับราชการทหารชั่วคราวแทนขึ้นทะเบียนเป็นเลกสังกัดอยู่ในกรมอย่างแต่ก่อนพระราชบัญญัตินี้เลิกกรมของเจ้านายหมด แต่นั้นมาคำกรมเป็นแต่ติดอยู่กับพระนา เจ้านาย อย่างไรก็ดีการเฉลิมพระอิสริยยศเจ้านายก็มิได้เลิกล้มไป ยังคงมีการเฉลิมพระนาม และสถาปนา ตามพระราชประเพณีตลอดมาทุกรัชกาลจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์)

หนังสืออ้างอิง
เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คณะกรรมการ “กองทุนหมอเจ้าฟ้า” คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ที่มาเรื่องและภาพ : http://www.ku.ac.th/Galyaniwatana84/page5.html
คำค้น : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : เฉลิมพระเกียรติฯ ๘๔ พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
 
 
 
พระฉายาลักษณ์ {link}






งานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์
คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์







แหล่งสารสนเทศอื่น
นิทรรศการ
“แสงหนึ่งคือรุ้งงาม”
*สามารถเข้าชมนิทรรศการ
“แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” ได้ที่
หออัครศิลปิน (คลอง ๕)
 
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
*วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
เฉลิมพระเกียรติฯ ๘๔ พรรษา
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ 
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
*สำนักบริการคอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 
เว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์
น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
*ผู้จัดการออนไลน์
 
 

พระเมรุ ในพระราชพิธี
พระราชทานเพลิงพระศพ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

 
 

 
 
© 2016--jameekorn.y@ku.th--